ตราโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ กรมปศุสัตว์

ธนาคารที่ไม่ได้ให้เงิน แต่ให้ชีวิตและอาชีพ

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

จากพระราชดำริเมื่อปี พ.ศ. 2522 สู่การช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศมากว่าสี่ทศวรรษ โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ มุ่งมอบโอกาสให้เกษตรกรผู้ยากไร้ได้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงานและสร้างผลผลิตเป็นของตนเอง โดยไม่ก่อภาระหนี้สิน และเติบโตไปพร้อมกับความเข้มแข็งของชุมชน

เกษตรกรยืนเคียงโคในทุ่งนายามเช้า

เรื่องราวของโครงการ

ความเป็นมาของโครงการ

เกษตรกรนำกระบือเดินผ่านหมู่บ้านชนบท

เมื่อเดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2522 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา จังหวัดปราจีนบุรี ตามพระราชดำริ และทรงทราบถึงความทุกข์ยากของราษฎรจำนวนมากที่ต้องเช่าโค-กระบือไว้ใช้แรงงานในราคาสูง จนเมื่อจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรแล้ว รายได้ที่ได้รับแทบไม่เหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพ เพราะต้องนำไปชำระเป็นค่าเช่าสัตว์เกือบทั้งหมด

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จึงทรงมีพระราชดำริให้กรมปศุสัตว์จัดตั้ง "ธนาคารโค-กระบือ" ขึ้นในปีเดียวกันนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงานเป็นของตนเอง ด้วยวิธีการเช่า เช่าซื้อ หรือวิธีการอื่นใดในราคาที่เป็นธรรม

กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริโดยนำกระบือของกรม จำนวน 280 ตัว ไปให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้ยากจนในท้องที่อำเภอสระแก้วและอำเภอวัฒนานคร จังหวัดปราจีนบุรี (ในขณะนั้น) เป็นครั้งแรก และได้ขยายผลอย่างต่อเนื่องจนครอบคลุมทั่วประเทศมาจนถึงปัจจุบัน

  1. หมุดหมาย · พ.ศ. 2522

    ก่อตั้งโครงการ

    ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งธนาคารโค-กระบือ และกรมปศุสัตว์เริ่มช่วยเหลือด้วยกระบือ 280 ตัว ที่อำเภอสระแก้วและอำเภอวัฒนานคร

  2. หมุดหมาย · พ.ศ. 2523

    พระบรมราโชวาทวันพืชมงคล

    เป็นหมุดหมายสำคัญที่ย้ำแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรให้มีสัตว์ไว้ใช้แรงงานเป็นของตนเอง

  3. หมุดหมาย · ปัจจุบัน

    ขยายผลทั่วประเทศ

    โครงการดำเนินการครอบคลุม 75 จังหวัด และยังคงหมุนเวียนโอกาสสู่เกษตรกรรายใหม่อย่างต่อเนื่อง

แม่โคและลูกโคในคอกบ้านชนบท

ปรัชญาของโครงการ

ให้ยืมต้นทุนแห่งชีวิต

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ มิใช่การสงเคราะห์ที่ให้เปล่า และมิใช่สินเชื่อที่สร้างภาระหนี้ หากแต่เป็นการ "ให้ยืมต้นทุนแห่งชีวิต" โดยเกษตรกรได้รับโค-กระบือไปเลี้ยงดูและใช้แรงงาน เมื่อสัตว์ให้กำเนิดลูกตัวแรก เกษตรกรจะส่งคืนลูกสัตว์นั้นแก่โครงการ เพื่อนำไปขยายโอกาสสู่เกษตรกรรายอื่นต่อไป

กลไกเช่นนี้ทำให้ความช่วยเหลือหมุนเวียนต่อเนื่องไม่สิ้นสุด สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างตรงจุด บรรเทาปัญหาการละทิ้งถิ่นฐาน ลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และคืนความอุดมสมบูรณ์สู่ผืนแผ่นดิน

วัตถุประสงค์และเป้าหมาย

วัตถุประสงค์
  1. 1เพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้ยากไร้ทั่วประเทศได้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงาน
  2. 2เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร อันนำไปสู่การมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกร
เป้าหมาย
  1. 1เกษตรกรมีโค-กระบือไว้ใช้แรงงาน และสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้
  2. 2ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและกำกับดูแลกันเอง อันเป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน
  3. 3สนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

พื้นที่ดำเนินการ

ปัจจุบันโครงการดำเนินการครอบคลุม 75 จังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้นจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งไม่มีสัตว์ในความดูแลของโครงการในพื้นที่

ทิวทัศน์ชนบทไทยจากมุมสูง ทุ่งนา หมู่บ้าน และฝูงกระบือ

คลิกแผนที่หรือหมุดเพื่อดูจังหวัดในสำนักงานปศุสัตว์เขต 1-9

สำนักงานปศุสัตว์เขต 1

พื้นที่ปศุสัตว์เขต 1

จังหวัดในความดูแล 8 จังหวัด

  • พระนครศรีอยุธยา
  • นนทบุรี
  • ชัยนาท
  • อ่างทอง
  • สิงห์บุรี
  • สระบุรี
  • ลพบุรี
  • ปทุมธานี

รูปแบบการให้บริการ

โครงการเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงโค-กระบือได้หลายรูปแบบ ตามความเหมาะสมของแต่ละราย

เกษตรกรใช้กระบือไถนาในฤดูเพาะปลูก
1

การให้ยืมเพื่อการผลิต

รูปแบบหลักของโครงการ

เกษตรกรได้รับแม่โคหรือแม่กระบือไปเลี้ยงดูโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายใต้สัญญายืมระยะเวลา 5 ปี เมื่อสัตว์ให้กำเนิดลูกตัวแรกและลูกสัตว์มีอายุครบ 18 เดือน เกษตรกรจะส่งคืนลูกสัตว์ตัวดังกล่าวแก่โครงการ ส่วนลูกตัวต่อ ๆ ไปตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเกษตรกร

2

การให้เช่าซื้อ

ไม่คิดดอกเบี้ย

สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์จะเป็นเจ้าของโค-กระบือ สามารถขอเช่าซื้อได้ โดยผ่อนชำระภายใน 3 ปี แบ่งเป็นปีที่หนึ่งร้อยละ 40 ปีที่สองร้อยละ 30 และชำระส่วนที่เหลือให้ครบถ้วนในปีที่สาม โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย

3

การให้ยืมพ่อพันธุ์โค-กระบือ

สำหรับหมู่บ้านหรือกลุ่มเกษตรกรที่มีแม่พันธุ์ของโครงการอยู่ในความดูแล เพื่อใช้ในการผสมพันธุ์และขยายพันธุ์ภายในชุมชน

4

การให้เช่าเพื่อใช้แรงงาน

สำหรับเกษตรกรที่ต้องการใช้แรงงานสัตว์ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก แต่ยังไม่ประสงค์จะเป็นเจ้าของ

5

การให้บริการอื่น ๆ

ตามที่คณะกรรมการบริหารโครงการพิจารณาเห็นสมควร

คุณสมบัติและเอกสารประกอบ

ผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ

เกษตรกรผู้ประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือ ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังนี้

  • มีสัญชาติไทย และมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
  • ประกอบอาชีพทำนา ทำไร่ ทำสวน หรือเลี้ยงสัตว์
  • มีฐานะยากจน โดยมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ จปฐ. 1 ฉบับปัจจุบันของกรมการพัฒนาชุมชน ทั้งนี้ หากมีรายได้เกินเกณฑ์ดังกล่าว ให้คณะกรรมการหมู่บ้านหรือคณะกรรมการชุมชนรับรองว่าสมควรได้รับความช่วยเหลือ
  • มีความประพฤติดี และยินดีให้ความร่วมมือกับทางราชการ
  • ไม่เคยได้รับบริการโคหรือกระบือจากโครงการอื่นมาก่อน
  • มีความเหมาะสมและความสามารถเพียงพอที่จะเลี้ยงดูโคหรือกระบือได้

ผู้รับรองคุณสมบัติ

ระดับผู้รับรอง
ระดับท้องถิ่นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล, กำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน, พัฒนาการอำเภอ
ระดับจังหวัดคณะกรรมการของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด จำนวน 3 คน

เอกสารประกอบการยื่นคำขอ

  1. 1.แบบแสดงความจำนงขอรับความช่วยเหลือ
  2. 2.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  3. 3.สำเนาทะเบียนบ้าน
  4. 4.แบบคำรับรองจากคณะกรรมการหมู่บ้านหรือชุมชน (เฉพาะกรณีที่มีรายได้เกินเกณฑ์ จปฐ.)
  5. 5.แบบสรุปรายชื่อเกษตรกรที่ยื่นแบบแสดงความจำนงขอรับความช่วยเหลือ
สมัครผ่านระบบออนไลน์

แบบฟอร์มกระดาษสามารถขอรับได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่

ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ

  1. ขั้นที่ 1

    ยื่นความจำนง

    เกษตรกรยื่นแบบแสดงความจำนงขอรับความช่วยเหลือ พร้อมเอกสารหลักฐาน ณ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่

  2. ขั้นที่ 2

    ตรวจสอบคุณสมบัติ

    สำนักงานปศุสัตว์อำเภอตรวจสอบคุณสมบัติและความครบถ้วนของเอกสาร ก่อนเสนอต่อสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและสำนักงานปศุสัตว์เขตตามลำดับ

  3. ขั้นที่ 3

    ขึ้นทะเบียนรอรับความช่วยเหลือ

    เมื่อผ่านการพิจารณา เกษตรกรจะได้รับการขึ้นทะเบียนไว้ในบัญชีรอรับความช่วยเหลือของโครงการ

  4. ขั้นที่ 4

    รับมอบสัตว์และทำสัญญา

    เมื่อโครงการจัดสรรโค-กระบือได้ เจ้าหน้าที่จะประสานแจ้งชนิด จำนวนสัตว์ วัน เวลา และสถานที่ส่งมอบ พร้อมจัดทำสัญญากับเกษตรกร จำนวน 2 ชุด โดยมอบให้เกษตรกรเก็บรักษาไว้ 1 ชุด

  5. ขั้นที่ 5

    เลี้ยงดูและรับการติดตาม

    เกษตรกรเลี้ยงดูสัตว์ตามเงื่อนไขสัญญา โดยมีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอให้บริการด้านสุขภาพสัตว์ การผสมเทียม และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

การมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือ

เกษตรกรจะได้รับมอบกรรมสิทธิ์ในโค-กระบือ เมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

1

ได้ส่งมอบลูกโค-กระบือตัวที่ 1 ซึ่งมีอายุครบ 18 เดือน คืนแก่โครงการเรียบร้อยแล้ว

2

สัญญายืมเพื่อการผลิตครบกำหนด 5 ปี นับแต่วันทำสัญญา

3

กรณีพิเศษ ซึ่งได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารโครงการ

เมื่อครบเงื่อนไขดังกล่าว เกษตรกรจะได้รับกรรมสิทธิ์ในแม่โค-กระบือ พร้อมด้วยลูกสัตว์ตัวที่ 2 และตัวถัด ๆ ไป (หากมี) เป็นทรัพย์สินของตนเองอย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ เกษตรกรที่ประสงค์จะเป็นเจ้าของก่อนครบกำหนดสัญญา สามารถยื่นขอซื้อแม่หรือลูกโค-กระบือได้ โดยชำระเงินเต็มจำนวนตามราคาที่คณะกรรมการประเมิน

ประโยชน์ที่เกษตรกรและชุมชนได้รับ

ด้านเศรษฐกิจ
  • เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยบรรเทาปัญหาความยากจน
  • มีสัตว์ไว้ใช้แรงงาน ลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร
  • สามารถนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเป็นอาหารสัตว์ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้ผลพลอยได้
ด้านสิ่งแวดล้อม
  • ใช้มูลสัตว์ผลิตแก๊สชีวภาพและทำปุ๋ยในไร่นา ลดค่าใช้จ่ายจากปุ๋ยเคมี
  • คืนความอุดมสมบูรณ์สู่ผืนดินและระบบนิเวศ
ด้านสังคมและวัฒนธรรม
  • ช่วยให้เกษตรกรมีอาชีพมั่นคง ไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐาน
  • อนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผูกพันกับโค-กระบือ
  • ชุมชนเกิดความสามัคคีและเข้มแข็งจากการมีส่วนร่วมบริหารโครงการในรูปคณะกรรมการกลุ่ม
ด้านการปศุสัตว์ของประเทศ
  • ช่วยเพิ่มปริมาณโค-กระบือภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงาน

ผลที่เกิดขึ้นจริงจากโครงการ

นับตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อปี พ.ศ. 2522 จนถึงข้อมูล ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 กรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผ่านโครงการนี้แล้วกว่า 383,424 ราย และได้มอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือให้เป็นทรัพย์สินของเกษตรกรแล้วกว่า 144,815 ราย

ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรแล้วกว่า

0ราย

มอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือแล้วกว่า

0ราย

ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2567

การบริหารโครงการ

การดำเนินงานโครงการอยู่ภายใต้การกำกับของ คณะกรรมการบริหารโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ซึ่งมีอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นประธาน โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบตามลำดับชั้น ดังนี้

กองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ

กำหนดนโยบายและระเบียบปฏิบัติ จัดหาโค-กระบือ จัดทำทะเบียนสัตว์ทั่วประเทศ รับบริจาค และติดตามผลในภาพรวม

สำนักงานปศุสัตว์เขต (เขต 1-9)

พิจารณาอนุมัติการดำเนินการต่าง ๆ ในระดับเขต จัดทำทะเบียนสัตว์ และติดตามผลการดำเนินงานของจังหวัดในความรับผิดชอบ

สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด

ตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกร จัดทำทะเบียนสัตว์ระดับจังหวัด และติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่

สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ

รับคำขอจากเกษตรกร ให้บริการด้านสุขภาพสัตว์และผสมเทียม ส่งเสริมการรวมกลุ่ม และดูแลเกษตรกรอย่างใกล้ชิด

พิธีมอบโค-กระบือแก่ครอบครัวเกษตรกร
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ

ต่อชีวิตสัตว์ และต่อโอกาสให้ครอบครัวเกษตรกร

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เปิดรับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธา ทั้งในรูปของการบริจาคโค-กระบือ และการบริจาคเงินเพื่อไถ่ชีวิตโค-กระบือ นำมามอบให้เกษตรกรผู้ยากไร้ได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพ ซึ่งนอกจากจะเป็นการต่อชีวิตสัตว์แล้ว ยังเป็นการต่อโอกาสให้ครอบครัวเกษตรกรอีกจำนวนมากได้มีอนาคตที่มั่นคงยิ่งขึ้น